MENUMENU
MENUMENU

ชุมชนบ้านหัวขัว หมู่ที่ 4 ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม

ประวัติความเป็นมา 

ประวัติความเป็นมา บ้านหัวขัวเป็นหมู่บ้านที่ตั้งชื่อจากลักษณะของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมหนองน้ำ และ เนื่องจากในสมัยก่อนจะมีการสร้างสะพานเพื่อเดินข้ามลำห้วยซึ่งคำว่า “ขัว” หมายถึง สะพาน จึงเป็นที่มาของ ชื่อบ้านหัวขัว เดิมชาวบ้านหัวขัวอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแกดำซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2310 โดย หลวงปู่จ้อยรวมกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งย้ายมาจากเมืองสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดใช้ชื่อว่าบ้านแกดำเนื่องจาก   จะมีต้นแกมาก ต่อมาเมื่อคนในชุมชนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้ย้ายมาตั้งบ้านใหม่อีกฝั่งของ หนองแกดำในปี พ.ศ.2453 โดยมี ขุนอักษร บุญยะเพ็ญ เป็นผู้นำคนแรกในการเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านขึ้น ชาวบ้านหัวขัวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์และปลูกผักปลอดสารพิษ ผลิตข้าวอินทรีย์ ทำขนมไทยเป็นอาชีพเสริม

อัตลักษณ์ของชุมชนบ้านหัวขัว  

ชาวหมู่บ้านหัวขัวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจึงได้มีการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมเก่า ต่อกันมาคือการเซิ้งขอฝนเพื่อให้ตกตามฤดูกาลที่นิยมละเล่นในเดือนหกของทุกปี (เดือนพฤษภาคม) คือวัฒนธรรมเซิ้งกระโจมหัวขัว “เซิ้งกระโจม” หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “จ่ายกาบเซิ้ง” เป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา ปัจจุบันชาวบ้านหัวขัวได้มีการจัดขบวนเซิ้งกระโจมหรือจ่ายกาบเซิ้ง เพื่อให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาโดยการรำจะมีท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่พร้อมเพรียง การเซิ้งจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชุมชนในอดีต มีเสียงกลองรำมะนาชิ้นเดียวตีให้จังหวะ ส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุทำหน้าที่เซิ้งบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ชุดเซิ้งจะตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายทอมือสีน้ำเงิน สวมใส่กับผ้าถุงพร้อมด้วยเครื่องประดับและหมวกกระโจมที่ตัดเย็บเอง ประดับด้วยลูกปัดและแผ่นเกล็ดปลาระยิบระยับ คาดทับด้วยด้ายสายสิญจน์สีขาวและผ้าขาวม้าสีสดใส ซึ่งการทำกระโจมหรือหมวก เป็นเครื่องประดับสำคัญสำหรับเซิ้งชุดนี้        ถือเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก

เส้นทางท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์โดยชุมชน

สะพานไม้แกดำแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สัมผัสวิถีชุมชนบ้านหัวขัวโดยสะพานแห่งนี้มีอายุราว  100 ปี ยาวกว่า 1 กิโลเมตร จากวัดดาวดึงษ์แกดำไปยังหมู่บ้านหัวขัว ใช้เดินทางไปมาหาสู่กันนับแต่อดีต จวบจนปัจจุบันโดยฝั่งวัดจะเป็นบึงบัว มีต้นกกขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นแนวยาว มีหนองน้ำแกดำเป็นแหล่งเก็บน้ำสำคัญสำหรับให้คนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร เก็บผัก จับกุ้ง จับปลามาประกอบอาหาร โดยทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสองหมู่บ้านคือห้ามใช้ไฟฟ้าช็อตและห้ามแหอวนลาก ที่บ้านหัวขัวยังมีกิจกรรมปั่นจักรยานรอบ ๆ หนองน้ำแกดำ พร้อมชมนกเป็ดน้ำจำนวนมากที่มาหากินภายในหนองน้ำแห่งนี้ มีการแสดง  “เซิ้งกระโจม” เป็นประเพณีการขอฝนในท้องถิ่น เรียนรู้เรื่องเรืออีโปง เข้าชมและซื้อสินค้าชุมชนที่ร้านค้าชุมชนประจำหมู่ที่มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมไทยที่พัฒนาจากข้าวเหนียวอินทรีย์แปรรูปเป็นข้าวแตน ข้าวเหนียวเรืออีโปง ข้าวเหนียวแก้ว  ผลิตภัณฑ์ผักปลอดสารพิษที่มีทั้งแบบผักสดและแบบแปรรูปเป็นผักดอง อาทิเช่น ผักกาดเขียวปลีดอง กุ่ยช่ายดอง ต้นหอมดอง ผักเสี้ยนดอง และผักพื้นบ้านชนิดอื่นๆ ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์ของฝากที่แปรรูปจากผ้า กระเป๋าผ้า พวงกุญแจผ้าเย็บมือ พวงกุญแจหมวกกระโจม ในช่วงกลางคืนสามารถชมหิ่งห้อยจำนวนมากอย่างใกล้ชิดที่จุดชมหิ่งห้อยของหมู่บ้าน ชุมชนบ้านหัวขัวแห่งนี้ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงมีโฮมสเตย์ 12 หลัง สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่ปรารถนาอยากสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านอีกด้วย

ข้อมูลการติดต่อ : 

  • ชุมชนบ้านหัวขัว หมู่ที่ 4 ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม
  • ผู้ใหญ่บ้าน โทรศัพท์
  • สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแกดำ โทรศัพท์ 043787009

Leave a Reply