MENUMENU
MENUMENU

เส้นทางท่องเที่ยวที่ 4 กาฬสินธุ์-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-อำนาจเจริญ

เส้นทางท่องเที่ยว เส้นทางที่ 4 กาฬสินธุ์-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-อำนาจเจริญ (2 หน้า-3 วัน 2 คืน)

วันแรก

เวลา 05.30 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯไป จ.กาฬสินธุ์ ถึงหมู่บ้านโคกโก่ง ต.กุดหว้า อ.กุฉิมนารายณ์ หมู่บ้านเล็กๆ เยี่ยมชมวัฒนธรรมชาวผู้ไทย การฟ้อนรำด้วยเครื่องแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์สวยงาม แต่เดิมชาวบ้านทอผ้าไว้ใช้ในครัวเรือนเป็นลวดลายมีเอกลักษณ์เฉพาะชุมชนลายมัดหมี่และลายลูกโซ่ มีพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวรับขวัญและอวยพร นักท่องเที่ยวพักโฮมสเตย์ ลงดำนาข้าววิวทิวทัศน์ทุ่งนา (ทานอาหารกลางวัน)
13.50 น. ออกเดินทางไปหมู่บ้านเสมา ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เป็นหมู่บ้านที่น่ารักมาก เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมหมู่บ้านจะต้อนรับด้วยการฟ้อนรำบริเวณด้านหน้าพระธาตุยาคู บริเวณนี้ถ้าอดีตไปนับพันปีน่าเคยมีมนุษย์อาศัยอยู่เพราะค้นพบใบเสมาจำนวนมาก น่าเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านเสมาหรือเมืองฟ้าแดดสองยาง(บริเวณใกล้เคียงมีวัดโพธิ์ชัยเสมาราม เข้าชมพิพิธภัณฑ์)
14.30 น. ออกเดินทางต่อไปบ้านหนองแวงเหนือ ต.ภูปอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เยี่ยมชมเกษตรปลูกพืชผักผลไม้ กลุ่มแม่บ้านทอผ้าพื้นเมืองลายดอกแก้ว และมีผ้าไหมเป็นแบบสไตล์สากล(เดินทางไปท่องเที่ยวพุทธสถานภูปอ ประดิษฐ์านพระพุทธแกะสลักสมัยทวารวดี)
16.50 น. ออกเดินทางไปบ้านหัวขัว ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ชุมชนแห่งนี้มีการพัฒนาเรื่องสารสนเทศต้นแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ยามเย็นพระอาทิตย์ตกเดินข้ามสะพานแกดำเป็นสะพานไม้อายุ 100 ปี สมัยนั้นชาวบ้านช่วยทำสะพานไม้ข้ามเชื่อมระหว่างหมู่บ้านในอ่างเก็บน้ำยาวประมาณ 1 กิโลเมตร (ควรจะพัก 1 คืนใน อ.แกดำ มหาสารคาม)
รุ่งเช้าเมื่อทานอาหารแล้วเสร็จ 08.30 น. ออกเดินทางไปบ้านดงน้อย ต.พระธาตุ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม บ้านดงน้อยเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวจะมีการต้อนรับด้วยการรำแบบชาวบ้านดงน้อยและพิธีสู่ขวัญ ชุมชนบ้านดงน้อย ปัจจุบันปลูกข้าวหรือทำนาใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อลดต้นทุนการผลิต (เดินต่อไปวัดพระธาตุนาดูนเป็นโบราณสถานที่แสดงถึงความรุ่งเรืองในอดีต)

 

วันที่สอง


10.50 น. ออกเดินทางไปหมู่บ้านแพง ต.บ้านแพง อ.โกสุ่มพิสัย จ.มหาสารคาม หมู่บ้านแพงเป็นหมู่บ้านริมบึงและบริเวณรอบ ๆ คือทุ่งนา ชมการทอเสือกกและทุ่งต้นกกมีมาก ชมผลิตภัณฑ์จากกกมีให้เลือกซื้อเช่นกระเป๋าสตรี เสื้อผ้าหลายรูปแบบมีให้เลือกหลากสี ชาวบ้านแพงอพยพมาจากเมืองหลวงพระบาง เมื่อตั้งเป็นชุมชนแล้วก็พบเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อต้นแพงก็เลยใช้เป็นชื่อหมู่บ้านด้วย หมู่บ้านแพงมีความเจริญมากมีวัดตั้งอยู่ 4 วัดและมีร้านอาหารมากถึง 10 ร้าน(ควรจะทานอาหารกลางวันที่นี่)
14.50 น. ออกเดินทางต่อไปหมู่บ้านจ้อก้อ ต.หน่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด เยี่ยมชมการทอเสื่อกก ศึกษาวิธีเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัฒนธรรมท้องถิ่นมีอาหารพาแลงและชุดแต่งกายประจำท้องถิ่น พักโฮมสเตย์ปั่นจักรยานท่องเที่ยว
16.00 น. เดินทางต่อไปหมู่บ้านโพนฮาด ต.ดงครั่งน้อย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงมีระบบระเบียบของชุมชน ส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ มีกลุ่มเกษตรเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าวอินทรีย์เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ มีกิจกรรมร้องเพลงกล่อมผัก ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยการรำผ้าขาวม้า หมู่บ้านโพนฮาดตั้งเป็นหมู่บ้านในปี 2492 นำชื่อพระยาฮาดมาเรียกเป็นชื่อบ้าน(ควรพัก 1 คืนในตัว อ.เกษตรวิสัย)

 

วันที่สาม


อาหารเช้าเสร็จแล้ว 08.30 น. เดินทางไปบ้านบุ่งเลิศ ต.บุ่งเลิศ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด หมู่บ้านบุ่งเลิศตั้งขึ้นมาในปี 2462 มีบ้านเรือน 402 หลังคาเรือน ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านเรือน การแต่งกาย ภาษาพูดและรำแบบภูไทโดยเฉพาะประเพณีบุญบั้งไฟสนุกสนานมาก ผลิตภัณฑ์ผ้าทอไหมพรม ผ้าพันคอ ผ้าห่มนอนทอมือลายลูกหวาย พักโฮมสเตย์แล้วไปไหว้พระขอพรวัดโพธิ์ศรีชัย
10.00 น. ออกเดินทางไปบ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เป็นหมู่บ้านพัฒนาหมอนขิดมีมากใน จ.ยโสธร ชาวบ้านศรีฐานเมื่อว่างจากการทำนาจะช่วยกันผลิตหมอนขิดส่งขายเป็นรายได้ หมอนขวานผ้าขิด หมอนอิ่ง หมอนข้าง หมอนนุนและหมอนกระดูกไหมเรียกว่าทุกครัวเรือนผลิตหมอนขิด กลายเป็นสินค้าระดับประเทศ ต้องเดินทางไปเที่ยวชม
11.40 น. ออกเดินทางไปบ้านห้องแซง ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร (อาหารกลางวันระหว่างทาง) บ้านห้องแซงท่องเที่ยววิถีชุมชนแบบเมืองสโลไลฟ์บ้านเรือน อาหารท้องถิ่น การแต่งตัวและภาษาพูดของชาวภูไท ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยนางรำแบบภูไท
14.30 น. ออกเดินทางต่อไปบ้านฟ้าหยาด ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชัยชนะ จ.ยโสธร ชาวบ้านฟ้าหยาดทำนา ทำสวน ทำไรและหัตถกรรมพื้นบ้าน มีข้าวกล้องอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิ มีไข่เค็มและถั่วตัด ทอผ้าลายลูกหวาย ผ้าขาวม้าหลากสีและมีตำนานดอกไม้สวรรค์เรียกว่าเป็นต้นกำเนิดมาลัยข้าวตอกดอกไม้หลากสี (เดินทางคู่กันวัดฟ้าหยาด ฮุปแต้มอีสานเข้าชมวิทโบราณ)
16.00 น. เดินทางไปบ้านนาหมอม้า ต.หมอม้า อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ บ้านหมอม้ามีผลิตภัณฑ์เสื่อกกมัดหมี่ กระเป๋าผ้า กระเป๋าถือสุภาพสตรี หมอนลูกระนาด หมอนรองคอ เสื่อกกม้วน ท่องเที่ยววิถีชุมชนบ้านหมอม้าพักโฮมสเตย์สัมผัสธรรมชาติลำน้ำลำเซบายเป็นแหล่งทำประมงน้ำจืดของชาวบ้าน ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหมอม้าเมื่ออดีตเคยเป็นป่าหนาทึบมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ทำลายต้นข้าวเสียหายหมดต่อมามีหมอขี่ม้าเข้ามาฆ่าสัตว์ตายหมดชาวบ้านเรียกว่าบ้านหมอม้า ท่องเที่ยววิถีพักโฮมสเตย์บ้านหมอม้า
17.30 น. ออกเดินทางไปบ้านปลาค้าว ต.ปลาค้าว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ (เลือกพักโฮมสเตย์หรือพักโรงในตัวเมืองอำนาจเจริญ) ชุมชนบ้านปลาค้าวธรรมชาติทุ่งนาล้อมหมู่บ้านยามเช้าและช่วงเย็นพระอาทิตย์ส่องแสงถ่ายภาพสวยงาม หมู่บ้านนี้เรียกว่าหมู่บ้านหมอลำวิถีชีวิตคือการเล่นร้องหมอลำ นักท่องเที่ยวพักโฮมสเตย์ศึกษาเรื่องหมอลำ มีกลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหมเรียกว่าผ้าข้ามปีหรือข้าม พ.ศ เป็นผ้าลวดลายสวยงามหลากสีซื้อเป็นของฝาก น่าเดินทางไปเที่ยวชมการแต่งตัวแบบชุดไทยอีสานบ้านเฮา(เดินทางต่อได้วัดศรีโพธิ์ชัยชมโบราณวัตถุและขอพรพระเจ้าใหญ่ศรีโพธิ์ชัย)
รุ่งขึ้นตอนเช้า 07.30 น. อาหารเช้าเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปบ้านคำเดือย ต.คำเขื่อนแก้ว อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ หมู่บ้านนี้เป็นชาวภูไทหรือผู้ไทยย้ายถิ่นฐานมาจากแคว้นสิบสองปันนาในปี 2431 ชาวภูไทยังคงรักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไว้แบบเดิมภาษาพูดและเครื่องแต่งตัวเสื้อผ้าสีดำและสีคราม มีกลุ่มทอผ้าบ้านคำเดือยเป็นภูมิปัญญาสืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ผ้าหม้อฮอมมัดหมี่ ผ้าสไบลานขิด นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวเปิดตำนานเล่าขานชาวภูไทย้ายถิ่น เครื่องแต่งตัว อาหารประจำถิ่นและภาษาที่ใช้
10.30 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯทานอาหารระหว่างทางถึงกรุงเทพฯประมาณ3ทุ่ม

Leave a Reply